สหรัฐมีท่าทีว่าอาจลดระดับความสัมพันธ์การค้ากับ ฮ่องกง

Spread the love

         หลังสหรัฐมีท่าทีว่าอาจลดระดับความสัมพันธ์การค้ากับฮ่องกง ภาคธุรกิจอเมริกันได้ออกโรงเตือนว่าการโต้ตอบนี้ควรเป็นไปอย่างระมัดระวัง เพราะท้ายที่สุดแล้วปัญหาระหว่างสหรัฐและจีนอาจส่งผลเสียอย่างร้ายแรงต่อชาวฮ่องกง

         ตัวแทนธุรกิจอเมริกันในอุตสาหกรรม เรียกร้องให้ผู้นำโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ตอบสนองต่อแผนการของจีนที่เสนอให้บังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติใน ฮ่องกง ว่าควรเป็นการตอบสนองด้วยท่าทีระมัดระวัง รอบคอบและค่อยๆ ดำเนินการ และการตัดสินใจถอดสิทธิพิเศษทางการค้าที่สหรัฐมีให้กับจีนจะส่งผลกระทบต่อ ฮ่องกง โดยตรง รวมทั้งส่งผลเสียอย่างร้ายแรงต่อชาวฮ่องกงด้วย

159069012530

        ล่าสุด สหรัฐแสดงท่าทีว่าอาจจะลดระดับสัมพันธ์การค้ากับฮ่องกง หลังที่ตอนนี้ไม่ได้มีความเป็นอิสระจากจีนอย่างแท้จริง โดย “ไมค์ ปอมเปโอ” รมว.ต่างประเทศสหรัฐ รายงานต่อสภาคองเกรสของสหรัฐในวันพฤหัสบดี 27 พฤษภาคม  ว่า ประเทศฮ่องกงไม่ได้มีความเป็นอิสระในการปกครองตนเองจากจีนอีกต่อไป

        “ขณะที่สหรัฐเคยหวังว่าประเทศฮ่องกง ซึ่งมีความเป็นอิสระและมั่งคั่ง จะช่วยเป็นแบบอย่างสำหรับจีน แต่บัดนี้กลับปรากฏชัดว่าจีนกำลังสร้างฮ่องกงให้เป็นเหมือนตนเอง” รายงานระบุ

       คำบอกเล่าของปอมเปโออาจกระทบต่อสถานะพิเศษของประเทศฮ่องกง ซึ่งได้รับการเอื้อประโยชน์ทางการค้าจากสหรัฐ โดยที่ผ่านมา ฮ่องกงได้รับการยกเว้นภาษีสินค้าส่งออกไปยังสหรัฐ ขณะที่รัฐบาลสหรัฐยังคงเก็บภาษีสินค้าที่จีนส่งออกไปยังสหรัฐจากการที่ทั้ง 2 ฝ่ายทำสงครามการค้าระหว่างกัน

        เมื่อปีที่ผ่านมา สภาสหรัฐผ่านกฎหมายประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนฮ่องกง (Hong Kong Human Rights and Democracy Act) ที่กล่าวว่า ในแต่ละปี สหรัฐจะพิจารณาสิทธิพิเศษทางการค้าที่สหรัฐมีต่อฮ่องกง และกฎหมายดังกล่าวยังได้ให้อำนาจทางการสหรัฐใช้มาตรการลงโทษเจ้าหน้าที่จีนและฮ่องกงที่กระทำผิดด้านสิทธิมนุษยชนได้ด้วย

159069002239

        ในปี 2561 สหรัฐและฮ่องกงทำการค้าระหว่างกันคิดเป็นมูลค่ากว่า 66,000 ล้านดอลลาร์ และฮ่องกงได้สิทธิพิเศษในการงดเว้นภาษี ระหว่างที่สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐดำเนินมาจนถึงขณะนี้

        สถานภาพพิเศษของฮ่องกงช่วยให้อดีตอาณานิคมของอังกฤษแห่งนี้ที่มีประชากร 7.5 ล้านคน และเป็นที่ตั้งของบริษัทอเมริกัน 1,300 แห่ง ทั้งยังเป็นถิ่นพำนักของชาวอเมริกัน 85,000 คน มีสถานะเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการเงินของโลกที่เติบโตและมีชื่อเสียงได้รับการยอมรับไปทั่วโลก นับตั้งแต่ฮ่องกงถูกส่งมอบกลับคืนสู่จีนเมื่อปี 2540

       “เนื้อหาของกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติที่จีนจะใช้กับฮ่องกงยังไม่มีการเผยแพร่ออกมา ซึ่งถ้อยคำในข้อกฎหมายนี้ถือว่าสำคัญมาก กลุ่มธุรกิจอเมริกันอยากเห็นรายละเอียดของกฎหมายนี้ในทุกแห่งทุกมุม ว่ายังคงโมเดลที่สะท้อนถึงความเป็นหนึ่งประเทศสองระบบที่เอื้อต่อการทำธุรกิจของบรรดานักลงทุนต่างชาติเหมือนเดิมหรือไม่” เคร็ก อัลเลน ประธานสภาธุรกิจสหรัฐจีน กล่าว

        ด้านโจชัว หว่อง นักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยชาวฮ่องกง วิพากษ์วิจารณ์ถึงการที่จีนเสนอให้บังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในฮ่องกงว่า เป็นการกระทำที่เลวร้ายว่าการใช้กฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งเป็นต้นตอของเหตุประท้วงใหญ่ในฮ่องกงเมื่อปีแล้ว

        หว่อง กล่าวว่า “เราทุกคนรู้ว่ากฎหมายความมั่นคงแห่งชาติไม่ได้เกี่ยวข้องกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของจีน แต่เป็นการเสริมสร้างและเพิ่มการยอมรับในระบอบคอมมิวนิสต์จีนต่างหาก”

159069009856

       การลงความเห็นของหว่องมีขึ้นในขณะที่สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างจีนและฮ่องกงกำลังปะทุเดือด หลังจากที่ “หวัง เฉิน” รองประธานคณะกรรมาธิการประจำสภาประชาชนแห่งชาติจีน (เอ็นพีซี) ได้เสนอต่อที่ประชุมเอ็นพีซีว่า ฮ่องกงต้องดำเนินการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติโดยเร็ว ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับย่อ ซึ่งเป็นกฎหมายพื้นฐานของฮ่องกง

        โดยข้อบังคับใหม่ดังกล่าวจะให้อำนาจรัฐสภาของจีนในการจัดทำกรอบกฎหมาย และบังคับใช้กลไกทางกฎหมายเพื่อป้องกันและลงโทษการกบฏ การก่อการร้าย การแบ่งแยกดินแดน และการแทรกแซงของต่างชาติ หรือการกระทำใดๆ ที่เป็นอันตรายร้ายแรงต่อความมั่นคงของประเทศ

        หว่อง กล่าวว่า “การเสนอร่างกฎหมายนี้ ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะทำให้จีนเข้ามาแทรกแซงฮ่องกง เพื่อจำกัดเสรีภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจในอนาคตต่อไป ผมอาจจะไม่ได้ติดคุกในฮ่องกง แต่ต้องไปติดคุกในปักกิ่งแทน และนั่นคือภัยคุกคามร้ายแรงที่เราอาจต้องเผชิญ”

        ในส่วนของคนฮ่องกง สิ่งที่กลัวที่สุดเป็น กลัวว่าสิทธิเสรีภาพของตนเองจะถูกลิดรอน ชาวฮ่องกงส่วนใหญ่เชื่อว่า กฎหมายฉบับนี้จะส่งผลกระทบต่อเสรีภาพในการพูดและสิทธิในการประท้วง ซึ่งหากสิ่งนี้เกิดขึ้นในจีนในปัจจุบัน จะเข้าข่ายเป็นการล้มล้างการปกครองกันเลยทีเดียว

        “วิลลี ลัม” ผู้ที่มีความชาญเรื่องจีน แสดงความกังวลว่า กฎหมายฉบับนี้อาจเปิดทางให้ประชาชนที่วิพากษ์วิจารณ์จีนถูกลงโทษ เหมือนที่เกิดขึ้นในจีนแผ่นดินใหญ่ และชาว ฮ่องกงอีกเป็นจำนวนมากยังกลัวด้วยว่า ระบบตุลาการของ ฮ่องกง จะกลายเป็นแบบเดียวกับของจีน

       “การพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติเกือบทั้งหมด เป็นการดำเนินการอย่างลับๆ ไม่ให้คนทั่วไปได้รับรู้ และไม่เคยมีความชัดเจนว่า ข้อกล่าวหาและหลักฐานคืออะไรกันแน่ นอกจากนี้ คำว่าความมั่นคงของชาติก็คลุมเครือ จนอาจทำให้ครอบคลุมไปเกือบทุกเรื่อง” ลัม กล่าว

        ผุ้ที่มีความเชียวชาญ ผู้อื่นมีความคิดเห็นว่า การบัญญัติกฎหมาย ความยั่งยืนและมั่นคงของจีนถือเป็นการรุกล้ำเสรีภาพของฮ่องกง ซึ่งที่ผ่านมาก็ลดน้อยถอยลงอยู่แล้ว โดยที่ผ่านมา จีนได้ใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติของตนเองในการควบคุมและปราบปรามนักเคลื่อนไหว นักข่าว นักกฎหมาย และนักสิทธิมนุษยชน ยกตัวอย่างเช่นกรณีของ“หลิว เสี่ยวปอ” เจ้าของรางวัลโนเบลสันติภาพชาวจีน ที่วิพากษ์วิจารณ์จีนในประเด็นประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน จนถูกจำคุกในปี 2552 จากความผิดฐานบ่อนทำลายอำนาจรัฐ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *